ก็แค่ทะเลาะกัน

posted on 03 Mar 2009 02:10 by ch-a-m-p

อ่านบทความนี้แล้วทำให้รู้สึกว่าบางครั้ง (หรือเกือบทุกครั้ง?) การเมืองก็ไม่ใช่เรื่องบ้านเมืองอะไร เป็นแค่เรื่องของคนทะเลาะกัน ไม่ต่างจากเด็กทะเลาะกันแย่งของเล่น ไม่ต่างจากหญิงชายที่เคยหวานชื่น แต่พอทะเลาะกันก็ถึงกับยอมไปเป็นแฟนกับอีกคนอย่างรวดเร็วเพื่อประชดประชัน

เพียงแต่ที่ผู้ใหญ่ทะเลาะกันนี้ กระทบทีหลายสิบล้านคนเท่านั้นเอง...

...

บทความนี้พิมพ์ซ้ำจากมติชนสุดสัปดาห์ฉบับ 27 ก.พ. - 5 มี.ค. 2552 โดยผมขอลองปรับการตัดย่อหน้า และการใส่เครื่องหมายวรรคตอนใหม่ไม่ให้เหมือนกับในหนังสือดูครับ อ่านแล้วช่วยบอกด้วยนะว่ามันอ่านง่ายขึ้นหรือยากขึ้น หรือไม่ได้อ่าน 555

สัมพันธ์ลึก พันธมิตร-ประชาธิปัตย์ เมื่อสนธิกระทืบเท้าขู่ สุเทพก็ครับผม

หลังจากปล่อยให้คดีบุกยึดทำเนียบรัฐบาลสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิยืดเยือมานาน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกับนายตำรวจระดับสูงถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าว ก่อนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ เพียงสี่วัน

นี่คือยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่ต้องการลดเงื่อนไขความชอบธรรมของกลุ่มเสื้อแดง เพราะเงื่อนไขหนึ่งของกลุ่มผู้ชุมนุม คือ การเร่งรัดคดีของกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เร้าอารมณ์ร่วมของคนเสื้อแดงมากที่สุด พอๆ กับกรณีของกษิต ภิรมย์

ในทางการเมือง มีการวิเคราะห์ว่าสุเทพหวังยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นกตัวแรกคือการลดเงื่อนไขการชุมนุมของคนเสื้อแดง นกตัวที่สองคือการตัดสายล่อฟ้าของรัฐบาลที่ชื่อกษิต ภิรมย์ เพราะเชื่อกันว่าหนึ่งใน 21 แกนนำพันธมิตรฯ ที่เป็นผู้กระทำความผิดกรณีบุกยึดทำเนียบรัฐบาลนั้นมีชื่อกษิตอยู่ด้วย กระแสสังคมจะบีบให้กษิตต้องลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เหมือนกับวิฑูรย์ นามบุตร ที่สร้างมาตรฐานใหม่เอาไว้

แต่หลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้นลง สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ออกมาชนสุเทพทันทีว่าใช้พันธมิตรฯ เป็นเครื่องมือทางการเมือง ในขณะที่กษิตก็ประกาศว่าพร้อมจะลาออกถ้าเป็นหนึ่งใน 21 ผู้ต้องหาจริง

...

ลำพังบารมีของสุริยะใสและกษิตคงไม่ทำให้สุเทพสะดุ้งสะเทือน จนเมื่อสนธิ ลิ้มทองกุล ออกโรงด้วยตนเองผ่านเอเอสทีวีในคืนวันศุกร์ที่ 21 เขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจเรื่องคดีความ แต่แสดงอารมณ์กราดเกรี้ยวในกรณี พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธุ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ตำรวจพันธมิตรฯ ที่ใกล้ชิดกับสนธิ เขาระบุว่าสุเทพบอก พล.ต.ต.ชัยยะ ว่าให้ห่างจากสนธิหน่อย เดี๋ยวคนจะจับตามอง

"ผมไม่เคยพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ แต่วันนี้ผมต้องพูด เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องที่อยู่ทางใต้ทุกคนให้รู้ว่า คนเราถ้าไม่รู้จักบุญคุณ จะมีความหมายอะไรถ้ามีตำแหน่งใหญ่ตำแหน่งโต ใช่ไหมพี่น้อง" และตามด้วยประโยคเด็ดเพื่อให้รู้ซึ้งถึงที่มาของรัฐบาลเทพประทาน "คุณสุเทพ ได้ขึ้นวอก็เพราะว่าพันธมิตร" และตบท้ายด้วยประโยคที่แสดงถึงความมั่นใจบารมีของพันธมิตรฯ กับชาวใต้ "นายสุเทพเขาบอกว่าให้คนบางคนห่างผมเอาไว้ พี่น้องชาวใต้ถ้ารักผมก็อยู่กับผม ถ้ารักสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้ห่างสุเทพเอาไว้"

เซียนการเมืองระดับเทพเทือกทำไมจะอ่านรหัสนัยที่สนธิส่งมาไม่ออก เขารู้ว่าเรื่องตำรวจพันธมิตรฯ นั้นเป็นกระบวนทางสับขาหลอก แต่ความไม่พอใจที่แท้จริงคือเรื่องอะไร ท่าทีการให้สัมภาษณ์ของสุเทพในเรื่องพันธมิตรฯ จึงเปลี่ยนไป

"ผมฝากเรียนไปถึงพันธมิตรฯ ทุกท่านด้วยความเคารพว่าพวกผมไม่ใช่ศัตรูของพันธมิตรฯ และไม่มีเหตุผลที่จะเอาความทุกข์ยากของพันธมิตรฯ มาเป็นเหยื่อการเมือง" ประโยคที่แสดงความนอบน้อมผิดจากบุคลิกขึงขังที่เห็นเป็นประจำจึงเป็นภาพสะเทือนชัดเจนถึงลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพันธมิตรฯ

...

น่าแปลกที่ความสัมพันธ์ระหว่างสนธิกับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันนี้จะคล้ายคลึงกับ สนธิกับทักษิณ ชินวัตร อย่างยิ่ง ปี 2544-2547 ถือเป็นช่วงฮันนีมูนพีเรียดของทั้งสองคน สนธิและสื่อในเครือแปลงกายเป็นองครักษ์พิทักษ์ทักษิณแบบตัวจริงเสียงจริง ใครวิพากษ์วิจารณ์ทักษิณจะเจอสนธิสวนทันที เมืองไทยรายสัปดาห์ช่วงแรกทางโมเดิร์นไนน์ทีวีจึงละม้ายคล้ายคลึงกับความจริงวันนี้ในยุครัฐบาลสมัคร-สมชาย อย่างยิ่ง

ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสนธิกับพรรคประชาธิปัตย์ช่วงนั้นย่ำแย่อย่างหนัก เพราะคนที่ออกมาชนธารินทร์ นิมมานเหมินท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในช่วงท้ายรัฐบาลชวน หลีกภัย อย่างหนักก็คือสนธิและสื่อในเครือข่าย

ในช่วงความหวานชื่นของสนธิ-ทักษิณ ทั้งสองคนใช้บุคลากรกลุ่มคนเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นพันศักดิ์ วิญญูรัตน์, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ทนง พิทยะ, ชัยอนันต์ สมุทวิณช ทั้งสี่คนเคยทำงานให้ทักษิณและสนธิ ก่อนจะเป็นน้ำแยกสาย ไผ่แยกกอ ในเวลาต่อมาเมื่อทั้งคู่ขัดแย้งกัน

เช่นเดียวกับวันนี้ ทันทีที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สนธิและสื่อในเครือแสดงท่าทีปกป้องอภิสิทธิ์อย่างเต็มตัว และน่าแปลกที่พันธมิตรฯ และพรรคประชาธิปัตย์ใช้บุคลากรกลุ่มคนเดียวกัน เป็นปรากฎการณ์ที่คล้ายกับบรรยากาศเก่าสมัยที่สนธิ-ทักษิณ ยังหวานชื่นกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, สำราญ รอดเพชร, ประพันธ์ คูณมี, พิเชษฐ พัฒนโชติ, วัชระ เพชรทอง ทั้งหมดเป็นทั้งแกนนำพันธมิตรฯ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

...

ต้องยอมรับว่าพลานุภาพของสนธิและกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีจริง และยิ่งใหญ่กว่าเมื่อครั้งที่โค่นรัฐบาลทักษิณผ่านการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

วันนี้พันธมิตรฯ จัดวางโครงสร้างและจัดตั้งฐานมวลชนอย่างเป็นระบบ มีการจัดคอนเสิร์ตการเมืองตระเวนไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อจัดตั้งมวลชนในแต่ละพื้นที่ มีการกำหนดแกนนำในแต่ละจังหวัด สร้างเครือข่ายพันธมิตรฯ ในระบบธุรกิจ ด้วยการรณรงค์ให้ซื้อสินค้าที่ลงโฆษณาในเอเอสทีวี และเป็นเครือข่ายผู้สนับสนุนพันธมิตรฯ และตบท้ายด้วยการรณรงค์หาเงินสนับสนุนเอเอสทีวี

พันธมิตรฯ นั้นใช้สถานี้โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวีและหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเป็นสื่อกลางในการสื่อสารถึงกลุ่มพันธมิตร พัฒนาการของกลุ่มพันธมิตรฯ เริ่มเป็นที่หวาดระแวงของพรรคการเมืองต่างๆ เพราะมีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ ไม่แปลกที่แม้แต่ ส.ส. ภาคเหนือในพรรคประชาธิปัตย์บางคนจะแสดงความอึดอัดและหวาดระแวงเมื่อถูกขอร้องให้อำนวยความสะดวกในการจัดคอนเสิร์ตการเมืองในจังหวัดของตน เพราะไม่แน่ใจว่าแกนนำพันธมิตรฯ คิดอะไรอยู่

สนธินั้นประกาศครั้งล่าสุดว่ามีสองแนวคิดในการพัฒนาการเมืองใหม่ "แนวคิดหนึ่ง คือ เราตะโกนโห่ร้องเรื่องการเมืองให่ เราโห่ร้องไป 100 ปีก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่มีอีกวิธีหนึ่ง ถ้าเราจำเป็นต้องทำเป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็นว่าการเมืองใหม่คืออะไร พี่น้อง เราพร้อมจะทำไหม เพราะมันต้องมีการเปรียบเทียบ"

นี่คือสัญญาณบอกว่าสนธิเริ่มสนใจในแนวทางที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เคยเสนอไว้เมื่อครั้งงานฉลองปีใหม่ของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ธันเดอร์โดม, จัดตั้งพรรคการเมือง กระโดดลงไปเล่นในระบบรัฐสภา แทนที่จะเป็นการเมืองภาคประชาชนบนท้องถนน

การจัดตั้งมวลชนในพื้นที่ จัดอีเวนต์คอนเสิร์ตการเมืองในจังหวัดต่างๆ รวมถึงการออกมาจัดรายการสวัสดีตอนเช้าทุกวันของสนธิทางเอเอสทีวี เพื่อรักษาแฟนประจำให้คงอยู่ ล้วนเป็นปรากฎการณ์ที่น่าจับตามอง ไม่ใช่เฉพาะทักษิณ คนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย แต่ยังรวมถึงอภิสิทธิ์ สุเทพ และพลพรรคประชาธิปัตย์ด้วย เพราะไม่รู้ว่าวันใดพันธมิตรฯ จะแปลงกายเป็นพรรคการเมือง และไม่รู้ว่าห้วงเวลาของฮันนีมูนพีเรียดระหว่างพันธมิตรฯ กับพรรคประชาธิปัตย์ จะยาวนานแค่ไหน

Comment

Comment:

Tweet

เดี๋ยวก็ประท้วงอีก - -

#1 By SeCuRe!! (124.121.112.158) on 2009-03-03 09:48