ประชาธิปไตยดีจริงๆ เหรอ? (in Thailand)
posted on 05 Sep 2008 21:07 by ch-a-m-p in socialสองสามวันมานี้ผมและเพื่อนๆ ได้คุยกันเรื่องการเมืองพอสมควร ทั้งที่คุยกับเพื่อนๆ ที่เจอหน้ากัน และที่เห็นจากเอนทรี Twitter Debate มีหลายเรื่องน่าเอามาเขียนต่อ แต่วันนี้ขอเป็นเรื่องนี้ : ประชาธิปไตยดีจริงเหรอ?
1.
ผมเข้าใจว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่การโหวต แต่การโหวตเป็นส่วนสำคัญของประชาธิปไตย แปลว่าไม่ใช่มาถึงปุ๊บก็ เอ้า มีให้เลือกสองช้อยส์ ก กับ ข นะ ใครเอา ก ยกมือ ใครเอา ข ยกมือ แล้วจบกัน แต่ต้องให้เหตุผลกันก่อน เถียงกันก่อนว่าไอ้นี่ดียังไง เห็นด้วยมั๊ย ถ้าทุกคนเห็นตรงกันก็โอเค แต่ถ้าไม่ตรงกันซักทีก็โหวตซะ เป็นอันว่าจบ
...
2.
ปัญหาแรกคือ ประชาธิปไตยไม่ได้ให้สิ่งที่ดีที่สุด
เพื่อความสนุกลองดูตัวอย่างนี้
เสี่ย, ไฝ, เครา, เหม่ง เดินผ่านใต้ตึกภาควิชาแห่งหนึ่ง และพบหมาตัวหนึ่งสีขาวลายดำนอนอยู่กลางทางเดิน
ไฝ : "เฮ้ย ไอ้นี่มันตัวอะไรวะ"
เสี่ย : "หมาดิ ถามอะไรแมวๆ"
เหม่ง : "เฮ้ย ไอ้นี่มันแมวนะเว้ย"
เสี่ย : "ร้องโฮ่งๆ นี่หมาชัดๆ ดูยังไงเป็นแมวว่ะ"
เครา : "แถวบ้านกุตัวอย่างงี้เรียกแมวทั้งนั้นแหละ"
เหม่ง : "ดูดิ หนวดยาวขนาดเนี้ย แมวชัวร์"
ไฝ : "เออ กุก็ว่าน่าจะเป็นแมวว่ะ"
เสี่ย : "เฮ้ย พวกมึง... อะไรกันเนี่ย"
เครา : "ไม่เชื่อเหรอวะ เถียงกันให้ตายก็ไม่จบ งั้นโหวตกันเลย ใครว่าไอ้นี่เป็นแมวยกมือขึ้น"
สามมือที่ไม่ใช่เสี่ยยกขึ้นพรึ่บ
เครา : "สรุปว่าไอ้เนี่ยแมว โอเคนะ"
เสี่ย : "ก็เหี้ยแล้ว..."
บางคนอ่านถึงตรงนี้อาจจะคิดว่า "ก็เหี้ยแล้ว..." เหมือนเสี่ย แต่ประชาธิปไตยมันเป็นอย่างนี้จริงๆ ครับ นั่นคือมันไม่ได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดหรือถูกต้องที่สุด แต่ให้สิ่งที่คนยอมรับมากที่สุด มีคนโอเคกับมันมากที่สุด และอีกอย่าง ในความเป็นจริงเราไม่ได้ใช้มันมาแก้ปัญหาติงต๊องอะไรแบบนี้ แต่มักเป็นปัญหาที่ยากที่จะหาวัดความถูก หรือความดีได้ตรงๆ
แล้วไอ้ระบบแบบนี้มันดียังไงเนี่ย...
3.
เนื่องจากผมพยายามเขียนแล้วมันก็ดูไม่ดีซักที จึงขอก๊อบคอมเมนต์จาก Twitter Debate ของอาจารย์มะนาวมาใส่ดีกว่าครับ น่าจะอ่านแล้วเข้าใจดีกว่า
ผมคิดว่าการเลือกอะไรสักอย่าง เรามีวิธีในการเลือกหลัก ๆ สองแบบ
1. คือแบบที่ใช้เหตุผล / ตรรกะ
2. คือแบบที่ใช้การลงคะแนน เชื่อเสียงส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น มีคนสิบคน อยากไปกินข้าว เลือกไม่ได้ว่าจะกินที่ไหน ก็เลยโหวตกัน สุดท้ายไปร้านนี้
ถามว่าทำไมการเลือกหลายครั้งต้องมีแบบที่ 2 แทนที่จะเป็นแบบที่ 1?
ผมคิดว่าสาเหตุหลักไม่ได้อยู่ที่ความถูกต้องของแบบที่ 2 ที่มีเหนือแบบที่ 1 แต่การเลือกแบบที่ 2 ตอบคำถามที่ว่า "อำนาจในการเลือกมาจากที่ไหน" ได้
และผมคิดว่าเป็นกระบวนการเดียวที่ตอบได้
อีกเหตุผลก็คือ แบบที่ 1 นั้น ก็มีข้อจำกัดในการนำไปใช้มากเหมือนกัน สำหรับปัญหาที่ซับซ้อน บางครั้งเราพบว่ากว่าจะใช้ตรรกะอะไรได้ มันต้องขึ้นกับข้อสมมติฐานหลายอย่าง เช่นหลักการทางเศรษฐศาสตร์ก็ยังมีผลออกมาหลายแบบ เพราะขึ้นกับความเชื่อในพฤติกรรมของมนุษย์ ทีนี้ถ้าเชื่อไม่เหมือนกันก็ได้ข้อสรุปไม่ตรงกัน เช่นที่ รัฐบาลทักษิณ ซัดกับนักเศรษฐศาสตร์อยู่บ่อยครั้ง
การที่คน 99 คนโหวตให้ลูกบอลแดงเป็นสีดำ ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าลูกบอลเป็นสีแดง แต่การที่คน 99 คนเลือกว่าอยากให้เดินไปทางโน้น ควรที่จะทำให้คนทั้ง 100 คนเดินไปทางโน้นได้ ถ้าคนทุกคนมีอำนาจเท่ากัน ถ้ามีใครไม่อยากให้เดินไปทางโน้น ก็ต้องหาทาง คิดและทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อจะเปลี่ยนให้คน 50 คนจาก 99 คนหันมาเชื่อและเลือกเปลี่ยนทาง นั่นถึงจะพอเพียงที่กลุ่มคนที่เลือกทางใหม่จะมีอำนาจพอที่จะเปลี่ยนแปลงได้
...
4.
อย่างไรก็ตาม สำหรับระบบประชาธิปไตย จะใช้ได้ดี แต่ละคนต้องมีคุณธรรมและความรู้มากพอ (หรืออย่างน้อยที่สุดก็ "คนส่วนใหญ่") ถ้ามีไม่พอก็จะเกิดปัญหา ตัวอย่างง่ายๆ เช่นถ้าเปลี่ยนตัวอย่างหมาหรือแมวเมื่อกี้นี้เป็น "เราจะโกงโครงการนี้กันดีมั๊ย" ความชิบหายเกิดขึ้นแน่ๆ
(ประเด็นแถมของย่อหน้านี้ -- แล้วเมื่อไหร่ถึงจะบอกได้ว่า "มากพอ"?)
ผมเคยเปิดประเด็นกับเพื่อนว่า วินาทีนี้ประชาธิปไตยเหมาะกับประเทศไทยจริงมั๊ย และนี่คือบทสนทนาที่ตัดต่อเอาของทุกคนรวมกันแล้ว (ทุกคนนี่ไม่เกินห้าคนนะครับ ไม่ผิด พรก.ฉุกเฉิน :P)
- ไม่เหมาะ กุเชื่อว่าควรจะเป็นแบบผสม คือคนเป็นผู้นำต้องเก่งและดีไปก่อน (ประโยคนี้ไม่ได้แปลว่าเผด็จการเต็มตัว) แล้วเรื่องอื่นค่อยปลูกฝังกันตามมา
- ปัญหาที่ต้องถามต่อเลยคือ แล้วไอ้ผู้นำเนี่ยจะเอามาจากไหนมีวิธีไหนบนโลกที่ prob ที่จะได้ผู้นำที่เก่งและดีจริงสูงพอที่จะเชื่อ แม้แต่วิธีแต่งตั้งก็เชื่อไม่ได้ และต้องไม่ถูกล้มด้วยนะ... แค่คิดก็เหนื่อย
- ดังนั้นประชาธิปไตยจึงจำเป็น เพราะถึงมันจะไม่ดี แต่มันก็ไม่ได้มีทางเลือกอื่นที่ดีพอจะแทนที่ สุดท้ายก็ติดปัญหาเดิมๆ อยู่ดี ก็ใช้และเรียนรู้กันไป ถึงเราตายก็อาจจะยังเรียนรู้ไม่เสร็จ ถ้าโชคดีพอเราก็จะเรียนรู้และเข้าใจมันก่อนประเทศจะหายไป
...
5.
อีกปัญหานึงที่อยากพูดถึงคือ ที่เราใช้อยู่นี่ใช่ประชาธิปไตยหรือไม่
ทุกคนเข้าใจกันว่าเราไม่มีทางให้คนทั้งประเทศมานั่งเถียงกัน และโหวตกันทุกเรื่อง ไม่งั้นคงไม่ต้องทำอะไรกินกัน เราก็เลยจัดว่าให้เลือกตัวแทนออกมาซักสี่ห้าร้อยคนแล้วกัน แล้วให้ตัวแทนมาเป็นคนเถียงและโหวตแทนเราซะ
ปัญหาคือตัวแทนของแทบจะใช้เถียงและโหวตแทนเราจริงๆ ไม่ได้เลย เพราะมีอะไรบางอย่างกันไว้ไม่ให้แต่ละคนทำตามนั้นได้ เช่น "ต้องโหวตตามมติพรรคนะ ไม่งั้นแกโดนเด้งนะ" ไปๆ มาๆ สุดท้ายเลยกลายเป็นว่า จะอภิปราย จะเถียงอะไรก็เถียงกันไปเลย สุดท้ายกุก็ยกให้ข้างตัวเองนั่นแหละ
แบบนี้ทำให้ผมรู้สึกว่า มันเหมือนไม่ใช่ประชาธิปไตยครับ เพราะไม่ได้มีการถกเถียงกัน และไม่ได้มีการโหวตกันจริงๆ แต่เป็นแค่ฉากบังหน้าของอะไรบางอย่างเท่านั้นเอง
ถึงแม้ว่าเราจะมีทางออกอื่นมากกว่าการทำใจยอมรับ เช่น ไปชุมนุมกันเพื่อแสดงให้คนอื่นเห็น แต่ถ้าต้องอาศัยกระบวนการแบบนี้บ่อยๆ ก็ไม่ดีนัก เพราะ...
- ถ้าชุมนุมกันบ่อยๆ และยาวๆ ก็มีปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น มีผู้ฉวยโอกาสชุมนุมเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง มีความรุนแรง บลาๆ บลาๆ และบลาๆ
- แล้วถ้าต้องชุมนุมกันบ่อย แปลว่าสภา และผู้แทนไม่มีประโยชน์อะไรเลย?
ถ้าทุกคนมีความรู้และจริยธรรมดีพอ ปัญหานี้ก็ไม่เกิด แต่นั่นเป็นอุดมคติ แล้วในความเป็นจริงปัญหานี้จะแก้ได้หรือไม่ และจะแก้ยังไง
ปัญหานี้ผมยังไม่มีคำตอบ ช่วยคิดคำตอบกันหน่อยก็ดีครับ :D
...
ปล. แนะนำให้อ่าน Twitter Debate (ทั้งตัวเนื้อหาและคอมเมนต์) ด้วยใจอันเปิดกว้าง เพื่อความมันและแนวคิดดีๆ
ปลล. ขอเติมชื่อเอนทรีลงท้ายด้วย (in Thailand) เพื่อให้ตรงเป้าหมายของเอนทรีนี้

#1 By manop on 2008-09-05 22:36